ค่าไฟเป็นเรื่องแรกที่คนเพิ่งออกรถ EV อยากรู้ ความจริงคำนวณไม่ยาก แค่รู้ระยะที่ขับต่อเดือน อัตราการกินไฟของรถ และค่าไฟต่อหน่วยที่บ้าน ก็ประเมินค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้คร่าวๆ
ค่าชาร์จต่อเดือน = (ระยะที่ขับต่อเดือน หาร 100) คูณ อัตรากินไฟต่อ 100 กม. คูณ ค่าไฟต่อหน่วย รถ EV ทั่วไปกินไฟราว 15-20 kWh ต่อ 100 กม. และค่าไฟบ้านอยู่ราวหน่วยละ 4-5 บาท
ตัวอย่าง: ขับ 1,500 กม. ต่อเดือน รถกินไฟ 17 kWh ต่อ 100 กม. จะใช้ไฟราว 255 หน่วย คูณค่าไฟ 4.5 บาท เท่ากับประมาณ 1,150 บาทต่อเดือน
รถน้ำมันขนาดใกล้กันวิ่ง 1,500 กม. กินน้ำมันราว 100 ลิตร คูณราคา 38 บาท เท่ากับราว 3,800 บาท เทียบกับชาร์จ EV ที่ราว 1,150 บาท จะเห็นว่าถูกกว่าราว 2-3 เท่า
ยิ่งขับเยอะ ส่วนต่างยิ่งคุ้ม เพราะต้นทุนต่อกิโลเมตรของไฟต่ำกว่าน้ำมันชัดเจน
ถ้าขอเปลี่ยนเป็นมิเตอร์ TOU (คิดค่าไฟตามช่วงเวลา) ค่าไฟช่วงกลางคืนราว 22:00-09:00 จะถูกกว่าช่วงกลางวันเกือบครึ่ง
ตั้งเวลาให้รถชาร์จข้ามคืนในช่วงไฟถูก เป็นวิธีลดค่าไฟที่ง่ายและเห็นผลที่สุด
การเปิดแอร์แรง สไตล์ขับเร่ง-เบรกบ่อย และเส้นทางขึ้นเขา ทำให้กินไฟมากขึ้น
ชาร์จที่บ้าน (ไฟ AC) ถูกที่สุด ส่วนตู้ DC สาธารณะเร็วกว่าแต่ค่าไฟต่อหน่วยแพงกว่า 2-4 เท่า จึงควรใช้บ้านเป็นหลักและใช้ตู้สาธารณะเฉพาะตอนเดินทางไกล
✓ ตรงรุ่น
✓ ตรงรุ่น
✓ ตรงรุ่น
✓ ตรงรุ่นขึ้นกับระยะที่ขับ คนขับเฉลี่ยราว 1,500 กม. ต่อเดือนมักจ่ายราว 1,000-1,500 บาท ซึ่งถูกกว่าค่าน้ำมันของรถขนาดใกล้กัน 2-3 เท่า
ชาร์จบ้านไฟ AC อยู่ราวหน่วยละ 4-5 บาท ส่วนตู้ DC สาธารณะราว 7-9 บาทต่อหน่วย ชาร์จบ้านจึงประหยัดกว่ามาก
ช่วยมากถ้าใช้มิเตอร์ TOU เพราะค่าไฟกลางคืนถูกกว่าเกือบครึ่ง ตั้งให้รถชาร์จช่วง 22:00-09:00 จะคุ้มที่สุด