การชาร์จที่บ้านสะดวกและถูกกว่าตู้สาธารณะ แต่ก่อนซื้อที่ชาร์จควรเข้าใจกำลังไฟที่รถรับได้และระบบไฟบ้านก่อน จะได้เลือกให้พอดีและปลอดภัย ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรรู้แบบเข้าใจง่าย
รถ EV แต่ละรุ่นรับไฟ AC (ชาร์จบ้าน) ได้ไม่เท่ากัน บางรุ่นรับ 7kW บางรุ่น 11kW การซื้อที่ชาร์จแรงเกินที่รถรับได้ไม่ได้ทำให้ชาร์จเร็วขึ้น เพราะรถจะดึงไฟได้เท่าที่ออนบอร์ดชาร์จเจอร์รองรับเท่านั้น
ดูสเปกรถว่ารับ AC ได้กี่ kW แล้วเลือกที่ชาร์จให้พอดี จะคุ้มและไม่จ่ายเกินจำเป็น
บ้านทั่วไปมักเป็นไฟ 1 เฟส ซึ่งรองรับที่ชาร์จได้สูงสุดราว 7.4kW ส่วนบ้านที่ขอไฟ 3 เฟสจะรองรับ 11kW ขึ้นไปได้
ถ้าจะติดที่ชาร์จกำลังสูง ควรให้ช่างไฟตรวจมิเตอร์และขนาดสายเมนก่อน บางกรณีอาจต้องขอเพิ่มขนาดมิเตอร์กับการไฟฟ้า
นอกจากตัวเครื่อง ควรเผื่องบเดินสายเฉพาะ ติดเบรกเกอร์กันไฟรั่ว (RCD/RCBO) และจุดติดตั้งที่กันน้ำ เพื่อความปลอดภัยขณะชาร์จข้ามคืน
ควรใช้ช่างไฟที่มีประสบการณ์ติดตั้ง EV charger ไม่แนะนำให้เดินสายเองหากไม่มีความรู้ เพราะเกี่ยวกับโหลดไฟสูงต่อเนื่อง
Wall charger ติดผนังเหมาะใช้ประจำที่บ้าน กำลังสูง ชาร์จเร็วและสะดวก ส่วนสาย EVSE แบบพกพาเสียบเต้าได้ เหมาะพกติดรถไว้ชาร์จฉุกเฉินนอกบ้าน
ทางที่ดีคือมีทั้งคู่ — Wall charger ที่บ้านเป็นหลัก และพกสาย EVSE ไว้เผื่อเดินทาง
ไม่จำเป็น ถ้ารถรับ AC ได้แค่ 7kW ต่อให้ใช้เครื่อง 11kW ก็ชาร์จเท่าเดิม เลือกให้พอดีกับที่รถรับและไฟบ้านรองรับจะคุ้มและปลอดภัยกว่า
ชาร์จบ้านเป็น AC ช้ากว่าแต่ถูกและสะดวกชาร์จข้ามคืน ส่วนตู้สาธารณะมักเป็น DC fast charge เร็วกว่ามากแต่แพงกว่า เหมาะตอนเดินทางไกล
ตัวสาย EVSE แบบเสียบเต้าใช้เองได้ แต่ Wall charger ที่ต้องเดินสายจากตู้เมนควรให้ช่างไฟติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยจากโหลดไฟสูงต่อเนื่อง